Search

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

เทคโนโยลี-แทบเล็ตกับเด็กTechonology and our life

เทคโนโลยีมาเยี่ยมถึงหน้าบ้านแล้วจริงๆ เด็กๆ ใช้ Tablet กันซะแล้ว แต่จะว่าไปก็เป็นรื่อง กึ่งจำเป็นสำหรับอนาคตที่จะมาถึงในวันข้างหน้า เด็กที่ได้มีโอกาสใช้อุปกรณ์ แบบนี้แต่เด็ก เมื่อโตเขาจะคล่องและเข้าใจในเรื่องของไอที และเทคโนโลยี และดัดแปลงเพื่อนำมาใช้งาน หรือในชีวิตประจำวัน และรู้เท่าทันเทคโนโลยี ได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่มีโอกาสได้ใช้

โลกเรากำลังหมุนไปทุกวัน เพียงแค่เราหยุดนิ่ง เราก็จะตามโลกไม่ทัน


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี เข้ามาสู่ชีวิตเราๆ ท่านๆ มากขึ้นทุกวัน ชีวิตเราใกล้ชิดกับเทคโนโลยีจนแทบแยกออกจากกันไม่ได้เลย การพกโทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งจำเป็น Wifi เป็นสิ่งควรมีกันทุกบ้าน หรือ แม้แต่ tablet pc ก็กลายเป็นอนาคต แทนที่หนังสือเรียน, หนังสือพิมพ์, นวนิยาย, นิตยสาร ฯลฯ ด้วยต้นทุนของ ebook ก็ต่ำกว่าหนังสือกระดาษอย่างมาก เพียง ereader ชิ้นเดียวเราก็สามารถอ่าน ebook ได้ทุกแห่งบนโลกแล้ว

สิ่งที่เราได้คือโลกที่ใบเล็กลง เราได้รู้ ได้อ่าน ได้เห็น สิ่งที่คนในอดีตอาจไม่เคยเห็นกันค่อนโลก เราติดต่อญาติพี่น้องที่อยู่ต่างทวีปได้เพียงนิ้วสัมผัส เราโทรหาญาติเพียงแค่คลิก เราทำทุกสิ่งเร็วขึ้นและง่ายขึ้น และไปได้ไกลขึ้น มีชีวิตอิสระมากขึ้น และเกิดงานใหม่ๆ หลายๆ อย่างที่ไม่ต้องทำงานอยู่กับที่ การขาย การตลาดก้าวไกลกว่าในอดีตอย่างไม่เห็นฝุ่น

แต่ก็เพราะโลกเราใบเล็กลง เจ้าพรายกระซิบก็ตัวโตขึ้น ข่าวลือ หรือ ไม่ลือ แพร่สะพัดเร็วกว่าไฟลามทุ่งในอดีตซะอีก จริงรึไม่จริงไม่ทันที่จะได้ไตร่ตรอง ทุกอย่างส่งต่อเหมือนไวรัสแพร่ในอากาศ เพียงแค่คลิกและแชร์


อันที่จริงนวัตกรรม ที่เกิดและเปลี่ยนแปลงมาทุกวันนี้ ปฐมก็เริ่มจากความต้องการแก้ไข ให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น และในการทำงานก็เพื่อลดความผิดพลาด โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ และต่อยอดกันมาเรื่อยๆ


แต่ทุกอย่างจะมีสองด้าน ที่ตรงกันข้ามเสมอ เราจะเลี่ยงไม่ตอบรับ คงเป็นไปไม่ได้ การมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้จะเป็นเรื่องง่ายหากเราสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างราบรื่น  สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องติดอาวุธให้กับเด็กรุ่นใหม่ ที่เรียกว่า สติ และ ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจ ในความเป็นเทคโนโลยี และเทคโนโลยีเกิดขึ้นมาเพราะอะไร ไม่จำเป็นต้องคลั่งไคล้ หรือ ขาดไม่ได้ แต่ควรเป็น ความเข้าใจ เรียนรู้ พัฒนา ที่สำคัญคือ ควบคุมความคิดให้เท่าทันความเร็วของเทคโนโลยีให้ได้

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

สิ่งแปลกปลอมในเครื่องพริ้นเตอร์ Epson L200

ขอแชร์ประสบการณ์ การติดตั้ง ไดร์เวอร์ของ Epson L200 หรือ เครื่องพิมพ์แท็งค์แต่กำเนิด เริ่มจากที่เครื่องพริ้นต์ ที่ใช้ทำงานทั้ง อิงค์เจ็ท ทั้งเลเซอร์  มีอันต้องเข้าตรวจสภาพพร้อมกัน เครื่องที่ยังใช้ได้ ก็ไม่มีแสกนเนอร์ แถมงานยังเร่งอีกต่างหาก คิดว่าคงต้องรอซ่อม หรือไม่ก็ต้องซื้อใหม่อีกแหงเลย แล้วเครื่องเก่าก็ไม่รู้ว่าจะจำหน่ายไปทางไหนอีก
บังเอิญไปเห็นโปรโมชั่นของ Epson เครื่องเก่าให้ค่าตัว 1300 แลกตัวใหม่ เพิ่มส่วนต่าง ก็เออตรงกับความจำเป็นเลยอ่ะ แถมตัวนี้ มีวาวล์ปิดล็อค กับแผ่นยางที่ใช้ปิดระบบหมีกไม่ให้ไหลเลอะ กรณีที่ต้องเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหน นี่ก็เหมาะกับงานที่กำลังทำอยู่พอดี

พอเคลียร์งานเสร็จ รีบเอาเครื่องพิมพ์ตัวนึงที่ติดแท้งค์ แล้วซ่อมทุกเดือน แวะเข้าเดอะมอลล์ท่าพระทันที (มีโปรที่นั่นพอดี) ทุกอย่างเสร็จสรรพ ได้เครื่องใหม่มาสบายใจ แถมไม่ต้องเก็บตัวเก่าไว้อีก วาวล์เปิดปิดตอนเคลื่อนย้าย

กลับมารีบจัดการ เติมหมึกลงแท้งค์ตามคู่มือ เมื่อเติมหมึกเสร็จก็ยังทิ้งขวดไม่ได้นะ เพราะต้องใช้รหัส 13 ตัว บนขวดทั้ง 4 สี (ทุกครั้งที่เครื่องเตือนหมึกหมดก็ต้องใส่รหัสสีของขวดใหม่ที่เติมใหม่ทุกครั้งเครื่องก็จะสามารถพิมพ์ต่อได้) แล้วก็แกะเทปออกจากเครื่อง แล้วลงไดรเวอร์เลย พอมาถึงตรงที่ต้องลงทะเบียนรหัสหมึกมันข้ามไปลงไม่ได้ ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ไป เท่ากับว่ายังใช้ไม่ได้ เพราะรุ่นนี้ เป็นแท้งค์โรงงานต้องลงทะเบียนรหัสหมึกครั้งแรกก่อน

พอมันข้ามขั้นตอนเราก็ uninstall แล้ว ก็ install ใหม่ รอบ 2 ก็ยังใช้ไม่ได้ สงสัยจะใจร้อนไปมั้ง ลงใหม่ อีกรอบ ยังไม่ได้อีก แถมเตือนว่าให้เอาสิ่งแปลกปลอมออกจากเครื่อง

เลยลองเปิดฝา(แสกนเนอร์) เจอแผงรูปหยดหมึกขนาดใหญ่อยู่ติดกับปุ่ม ควบคุม เลยลองเปิดฝาดู โอ้แม่เจ้ามีเทปอีกชิ้นนึงติดอยู่ ไอ่นี่เองเป็นสิ่งแปลกปลอม
(ในรูปนี่แปะเทปให้ดูว่าอยู่ตรงนี้ จริงๆ เขาจะติดเนียนมาเลย)

ในคู่มือไม่มีระบุให้เอาเทปส่วนนี้ออก แต่เทปถูกติดให้เลยออกมาข้างเครื่อง ถ้าเราไม่สังเกตุก็ไม่ได้เอาออก เลยทำให้เกิดปัญหา ถามหลายคนที่ใช้ก็เจอคล้ายๆ กัน เพราะงั้นถ้าใครซื้อใช้แล้วเกิดปัญหา ข้อแรกให้ดูส่วนนี้ก่อนเลย จุดเล็กๆ ที่คิดไม่ถึงจริงๆ และที่สำคัญ ต้องใจเย็นเพราะหลังจากลงทะเบียนรหัสหมึกแล้ว ต้องรอ ราว 20-30 นาที เพื่อให้การติดตั้งสมบูรณ์ ก็วุ่นวายอยู่ เกือบวัน แต่ก็คุ้มเพราะสีที่พิมพ์มาสวยใช้ได้

จากการใช้งาน Epson L200 ของตัวเราเองที่ไม่ได้อยู่ในสำนักงานทั้งวัน พองานเสร็จก็อุ้มปริ้นต์เข้าที่พัก บางวันไม่ได้เสียบปลั๊กช่วงเย็น ทำแบบนี้สองสามวัน มักพิมพ์ไม่ออก แต่ถ้าเสียบปลั๊กทั้งวันทั้งคืนถึงจะไม่พิมพ์งานเป็นอาทิตย์ก็ไม่มีปัญหาหมึกพิมพ์ไม่ออกนะ ถ้าใครมีปัญหาพิมพ์ไม่ออก ลองเปิดเครื่องเอาจุกยางออกทำเหมือนจะพิมพ์งานแหล่ะ แต่แค่เสียบไฟเปิดเครื่องไว้เท่านั้น

สำหรับรุ่นนี้บางครั้งหมึกที่เครื่องยังมีอยู่แต่อาจมีการเตือนหมึกหมด และไม่ยอมพิมพ์งานต่อ (เข้าใจว่าเกิดจากยูทิลิตี้ของโปรแกรมที่นับจากจำนวนครั้งของการพิมพ์) เราก็เพียงแค่เอารหัสจากขวดใหม่ พิมพ์ลงในกล่องโต้ตอบของเอปสัน แล้วค่อยเติมหมึกวันหลังก็สามารถทำได้