วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

อ่านใครเอาเนยแข็งของฉันไป (นะ)

Who moved my cheese?


Who moved my cheese?
เรื่องสั้น ที่ Spencer Johnson, MD.ได้เขียนไว้ กับ ข้อคิดดีๆ ในความเรียบๆ อย่างมาก....

สัญชาติญาณทําให้เราป้องกันและต่อสู้ เพื่อครอบครอง แต่การครอบครอง ทําให้เรายึดติด

และการยึดติดทำให้หลายๆ คน ไม่สามารถก้าวผ่านความเปลื่ยนแปลงนั้นได้ ดังนั้น จึงมีคํากล่าวว่าการเปลี่ยนแปลง ทําให้ ต้องเจ็บปวด


ณ สถานที่แห่งหนึ่ง สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ 4 ชีวิต วิ่งวนอยู่ในเขาวงกต ที่มีทางเดินแคบๆ มีห้องมากมาย เพื่อหาเนยแข็งมาเลี้ยงชีวิต และทําให้ตัวเองมีความสุข

ทั้ง 4 ชีวิต มีหนู 2 ตัว ชื่อ สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ มีสมองเหมือนหนูทั่วๆไป พร้อมกับสัญชาตญาณแบบหนูๆ ส่วนอีก 2 นั้นเป็นมนุษย์ตัวจิ๋ว ขนาดเท่าหนู ชื่อ เฮม และ ฮอว์


ด้วยสัญชาตญาณของหนู สนิฟฟ์ กับ สเคอร์รี่ ทั้งสองทำงานเป็นทีมโดย สนิฟฟ์ ใช้จมูกคอยดมกลิ่นเนยแข็ง ตามเส้นทางที่ผ่าน โดยมี สเคอร์รี่ ทำหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์คอยนำทาง ทั้งคู่ใช้วิธีการง่ายๆ เบสิคๆ กับการลองผิดลองถูก อาจมีวิ่งชนผนังบ้าง แต่สักพักทั้งคู่ก็จะหาทางเจอ
rat and cheese
ส่วนมนุษย์จิ๋ว เฮม กับ ฮอว์ ใช้ความคิดและการเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีตเช่นเดียวกับพวกหนู พวกเขา อาศัยสมองที่ซับซ้อนหาวิธีที่เลอเลิศ เพื่อหาเนยแข็ง แต่บางครั้งด้วยสมองที่มีความเชื่อและอารมณ์มากมาย ทําให้บดบังวิธีพิจารณาสิ่งต่างๆ

และแล้ว ทั้งสี่ก็พบสถานีเนยแข็งแรก ทุกๆ เช้า พวกเขาจะตรงไปยังสถานีเนยแข็ง จนกลายเป็นกิจวัตร

ทุกๆ วัน เจ้าหนู สนิฟฟ์ กับ สเคอร์รี่ ยังคงวิ่งไปสถานีเนยแข็ง ด้วยเส้นทางเดิมเสมอ

ในส่วน เฮม กับ ฮอว์ แรกๆ ยังเป็นเช่นเดียวกันเจ้าหนูทั้งสอง

แต่นานวันเข้า พวกเขาเริ่มตื่นสาย แต่งตัวช้าลง เปลี่ยนจากวิ่ง เป็น เดิน เพราะทั้ง เฮม และ ฮอว์ มั่นใจว่าเนยแข็งจะยังอยู่ที่นั่นรอคอยเขาทั้งสองเสมอ

และเพื่อความสะดวกมากขึ้น ทั้งสอง จึงย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ๆ กับสถานีเนยแข็ง เวลาผ่านไปนานวันเข้าทั้ง เฮม และ ฮอว์ ยิ่งเกิดความแน่ใจว่าเนยแข็งจะไม่มีวันหมด จนกลายเป็นความมั่นใจ, ภูมิใจ และลึกๆ ก็เกิดความยโส ในความสำเร็จ


ต่อมาเช้าวันหนึ่ง หนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ มาถึงสถานีแล้วพบว่าไม่มีเนยแข็งเหลืออยู่แล้ว เจ้าหนูทั้งสองไม่ตกใจ เพราะสังเกตมาตลอดว่า ปริมาณของเนยแข็งในสถานีนั้นลดลงทุกวัน และด้วยสัญชาตญาณ แบบหนูๆ ทั้งคู่ก็เริ่มออกหาเนยแข็งแห่งใหม่

ในส่วนของ เฮม กับ ฮอว์ มาถึงสถานีเนยแข็งเมื่อสายแล้ว ก็พบว่าเนยแข็งหายไปหมด ทั้งสองช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า

เฮม ร้องลั่น"ไม่มีเนยแข็ง เป็นไปได้ยังไง?" "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป"

ส่วน ฮอว์ นั้นตกใจ และ ไม่พร้อมที่จะรับรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

ซึ่งพฤติกรรมของทั้งสอง ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังคงวนเวียนที่สถานีที่ไม่มีเนยแข็งแห่งนี้ แล้วมัวแต่คิดค้นหา ว่ามันหายไปไหน หายไปได้อย่างไร


หากลองเปรียบเทียบ มูลค่าของเนยแข็งในใจ ของ เฮม และ ฮอว์

สำหรับ เฮม คือ ความยิ่งใหญ่ และอำนาจที่สั่งคนอื่นได้ เป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่

ส่วน ฮอว์ คือ ความปลอดภัย และ ความมั่นคงในชีวิต

เมื่อวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่ายิ่งแน่ใจว่าไม่มีวันที่จะได้เห็นเนยแข็งอีก พวกเขายิ่งเป็นทุกข์ หงุดหงิด โมโห โทษกันเอง กับสภาพที่เป็นอยู่

เฮม คิดถึงความสะดวกสบายที่ผ่านมา เฝ้าคิดว่าทำไมเนยแข็งหายไป ความสบายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้ เฮม เกิดความรู้สึกว่าโลกข้างนอกไม่ปลอดภัย เขาไม่อยากออกไปข้างนอก เขากลัวความผิดพลาดหากต้องเริ่มต้นหาเนยแข็งใหม่ เพราะรู้สึกว่าตัวเองแก่เกินไปแล้ว

ส่วน ฮอว์ เขาคิดทบทวนสาเหตุที่เนยแข็งหายไป อาจเป็นเพราะเนยแข็งเก่า มีราขึ้น และตัวเขาเองก็ไม่เคย ได้สังเกตในสิ่งนี้ แม้ในขณะนี้ ฮอว์ ก็รู้สึกกลัวเช่นกันแต่เขาก็ทนรออย่างไม่มีความหวังใดๆ ต่อไปไม่ไหว


ฮอว์ เริ่มออกวิ่งเพื่อค้นหาเนยแข็งอีกครั้ง ด้วยความไม่มั่นใจอะไรเลย แรกๆเขาหลงทาง ทำให้ต้องลองค้นหาเส้นทางใหม่ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ฮอว์ ก็เริ่มเข้าใจว่า สิ่งที่เขากลัวคือ เขากลัวที่ต้องออกเดินทางตามลำพัง ซึ่งตอนนั้นเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร และก็ได้รู้ว่าเจ้าความกลัวนี้ได้จองจำตัวเขาไว้ และการเลือกเดินในเส้นทางใหม่ๆ ทำให้เขาได้รู้ได้เห็นอะไรมากกว่าเดิม และหลุดพ้นจากความกลัวได้มากขึ้น

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยคิดว่าการเปลี่ยนแปลงทำให้ทุกอย่างแย่ลง เดี๋ยวนี้เขารู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงอาจนำไปสู่ทางที่ดีขึ้น

ฮอว์ตรงไปตามทางสายใหม่ ในที่สุดเขาก็พบสถานีเนยแข็ง ที่มีเนยแข็งกองพะเนินมากมาย อย่างไม่เคยพบมาก่อน และที่นี่ เขาได้พบกับ เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่อยู่ที่นั่นด้วย... หนูทั้งสอง มาล่วงหน้าได้สักพักใหญ่แล้ว

ถึงตอนนี้ ฮอว์ได้แต่คิดหวังว่าเขาจะได้พบ เฮม ที่สถานีเนยแข็งแห่งนี้ในวันใดวันหนึ่ง

Reactions:

0 comments:

แสดงความคิดเห็น