Search

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Photo แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Photo แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงจังหวัดเพชรบูรณ์

อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเก็บภาพทัศนียภาพสวยๆ

ทานอาหารอร่อย นั่งทอดอารมณ์กับอากาศดีๆ และคนไม่พลุกพล่าน

เดิมทีอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงเป็นฝายเก็บน้ำที่ชาวเมืองในเขตพื้นร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม เพราะส่วนใหญ่ของพื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื่นที่เกษตรกรรมทั้งหมด


ต่อมากรมชลประทานจึงเสนอของบประมาณเพื่อพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงเมื่อปี 2512 และปัจจุบันยังกักเก็บน้ำเพื่อการประปาเพื่อใช้ในการเกษตรกรรม,การอุตสากรรม และการอุปโภคบริโภคในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์
Pha-daeng dam view

ห้วยป่าแดงเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการชลประทานสำหรับการเกษตร ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ประมาณ 8 กิโลเมตร

เขื่อนกั้นอ่างเก็บน้ำนี้สร้างในเขตตำบลป่าเลา อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงจึงมีทัศนียภาพที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำที่งดงามโดยเฉพาะยามเย็นพร้อมกับชื่นชมกับแสงทองของพระอาทิตย์ตก
Pa Daeng Dam Petchabun

มีร้านอาหารรสชาติดี อาหารแนะนำที่นี่ คือ ยำสามสาว(ลักษณะเดียวกับยำสามกรอบ, ปลาเผา (ไม่เหมือนปลาเผาที่อื่นๆ มีน้ำซอสมะเขือเทศขลุกขลิกมาในกระดาษฟอยด์ อร่อยมาก,กุ้งฝอยทอด หรือนักท่องเที่ยวบางคนก็นั่งเสื่อทานอาหารพร้อมๆ กับชมวิวทิวทัศที่สวยสงบ

Pa Daeng Dam
ความงามของธรรมชาติที่อ่างเก็บน้ำป่าแดง
ที่ป่าแดงนี้มีนักท่องเที่ยวไปพอประมาณไม่มากไม่แออัด ยกเว้นวันหยุดเทศกาล โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์รถจะเยอะมากเพราะเส้นทางเข้าป่าแดงเป็นถนนที่มีการเล่น น้ำสงกรานต์กันมากรถติดยาวเห็นคนพื้นที่เรียกถนนนี้ว่าถนนข้าวโพด

Pa Daeng Dam - Petchabun in the evening
อีกมุมหนึ่งผ่านเรือเก่าผุๆ ทำให้บรรยากาศแปลกไปอีกแบบ
The nature of Pa Daeng Dam


ถ้าเดินทางจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ บนถนนสาย 21 ไปได้สองทาง แนะนำเส้นทางที่เลยขนส่งบขส.ไปพอถึงสี่แยกไฟแดง ให้เลี้ยวแล้วตรงไปอย่างเดียว ก็ถึงอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง

สามารถขับรถยนต์ขึ้นไปบนสันเขื่อน (ยกเว้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนและรถจะเยอะมาก)และบริเวณหน้าร้านอาหารกับริมน้ำสามารถจอดรถได้
แสงโพล้เพล้สีทองที่ลอดมากระทบเมฆ

Sundown at Pa Daeng Dam Petchabun
อีกมุมหนึ่งกับแสง Twilight

Pa Daeng Dam Petchabun Twilight
พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าท่ามกลางทิวเขาที่อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง

แสงอาทิตย์หลังต้นไม้อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง
แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านใบต้นโพธิ์

Photo by : Pisanu Aumrod

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชิวที่ ซิลค์คัพ ร้านค้าไร่กำนันจุล




ร้านค้าไร่กำนันจุล ตั้งอยู่ที่สามแยกวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นร้านขายของฝาก สาขา 1 ตั้งอยู่ทางเข้าเมืองเพชรบูรณ์ ส่วนสาขา 2 อยู่ฝั่งวิ่งออกจากเพชรบูรณ์ สาขา 2 จะมีร้านอาหารซิลค์ คัพ และส่วนของช้อปปิ้งแบ่งเป็นแผนกๆ
Kamnan Chul Shop Kamnan Chul Shop
  • ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป จากผลไม้
    • ขนมขบเคี้ยว,ผลไม้อบแห้ง,เยลลี่, แยม ซึ่งแปรรูปจากผลไม้ กล้วย, ส้ม, สตร์อเบอรี่, มัลเบอร์รี่, มะขาม ฯลฯ
    • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เสริมสุขภาพ เช่น น้ำทับทิม, น้ำมังคุด, น้ำมัลเบอร์รี่ รวมถึง น้ำหวานเข้มข้นที่ทำจากผลไม้
  • อาหารแปรรูปจากเนื้อปลา
    • ปลาส้ม, แหนมปลา ส่วนใหญ่ต้องเก็บในตู้เย็น
    • กุนเชียงปลา, น้ำพริก ที่เป็นของแห้งเก็บได้นานวันกว่า
  • ผลไม้โดยเฉพาะส้มโชกุน รสชาดเปรี้ยวหวาน เคยซื้อส้มมาแล้วลืมเก็บในตู้เย็นเป็นเดือน ผิวเหี่ยวไปหน่อยแต่ยังกินได้ รสชาดยังดีอยู่,ส่วนผักสด มีอยู่บ้างแตกต่างกันตามฤดู แต่มีไม่มากนัก

  • title= title=

  • ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไหม เขามี website ที่เป็นเรื่องราวของผ้าไหม www.silk-secrets.com

      Waffle and Green Tea Ice Cream with malberry sauce
    • ผ้าไหม กระเป๋าถือ, เสื้อสำเร็จรูป, ผัาพันคอ ผ้านิ่มมาก
    • เครื่องสำอางที่ทำจากไหม ชาวเวอร์เจล, แชมพู ครีมนวด, ครีมกันแดด และอื่นๆ ขอบอกว่าใช้แล้วชอบมาก

  • ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ อื่นๆ
  • มีมุมขายน้ำ,อาหารที่ทานได้เลย

กาแฟที่นี่แก้วละ 5 บาท เคยถามพนักงาน เขาตอบว่า ขายราคานี้เพื่อเป็นการคืนกำไรให้สังคม ฟังแล้วสุดยอดอ่ะ สินค้าอื่นๆ ก็ชอบมาก เลยต้องอุดหนุนกันทุกเที่ยวที่ไปเพชรบูรณ์เลย

แต่เดี๋ยวนี้โลกไร้สายมันเพ่นพานไปหมด ร้านค้าไร่กำนันจุลก็มีออนไลน์ช้อปปิ้งไว้บริการ รวมเรื่องราวของร้านซิลค์ คัพ เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม เปิดตั้งแต่เวลา 7.00 น.- 19.00 น. ทุกวัน อยู่ที่ข้างร้านค้าไร่กำนันจุล สาขา 2 บรรยากาศของร้านไม่ใหญ่ แต่สวย เป็นสไตล์โมเดิร์น จากตัวร้านมองออกไปผ่านกระจก เหมือนร้านถูกล้อมด้วยสีเขียวของธรรมชาติ  ชื่นใจกับธรรมชาติ แต่ไม่าขาดซึ่งเทคโนโลยี ที่ ซิลค์คัพ นี่ มี Free Wifi internet ไว้บริการด้วย

มีการแฟ น้ำผลไม้จากผลิตภัณฑ์ของไร่กำนันจุล,อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ตอนที่ไปยังมีไม่หลากหลาย แต่ก็เพิ่มมากกว่าตอนเปิดร้านช่วงแรก ที่สำคัญ รสชาดดี

Silk cup outdoor

ห้องน้ำตกแต่งไว้ด้วยพื้นสีดำ แต่งด้วยลายไทยเดินสีทอง สวย และ ดูดี น่าใช้งานเป็นอันมาก พร้อมไปด้วยอุปกรณ์ชำระล้าง เจลล้างมือหอมมาก (เขาใช้ ชาวเวอร์เจล ไว้บริการล้างมือ)

restroom in Silk cup restroom in Silk cup restroom in Silk cup

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ระเบียงวิวรีสอร์ท นครนายก บ้านพักสุดหรูใกล้เมืองนครนายก


ช่วงเดือนก่อนต้องเดินทางไปทำงานที่จังหวัดนครนายก กับจังหวัดปราจีนบุรี ถึงแม้ว่า นครนายก จะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก แต่ถ้าเคลียร์งานเสร็จแล้วตีรถกลับเข้ามาพักที่บ้าน สงสัยคงจะเหนือยแน่ อีกอย่าง 2 จังหวัดนี่ ก็ห่างกันไม่มากนัก ตอนแรกก็หาข้อมูลที่พักใน อินเตอร์เน็ทนี่แหล่ะ แต่ส่วนใหญ่ถ้าดูดีหน่อยก็ราคาไม่ถูก จะหาที่ราคาย่อมเยาหน่อยก็ อาจจะไม่ค่อยถูกใจเรานัก
มองจากทางเข้า ระเบียงวิวรีสอร์ท

ก็บังเอิญอีกแหล่ะ ที่คราวนี้มานครนายก โดยวิ่งเข้าถนนสุวรรณศร อีกไม่กี่กิโลก่อนเข้าตัวเมืองนครนายก ก็จะเห็นป้าย ระเบียงวิวรีสอร์ท ครั้งหลังสุดตอนมาที่จังหวัดนี้เมื่อสามดือนก่อน ยังไม่เห็นเลยนี่นา เลยแวะเข้าไปดู และถามข้อมูล เข้าไปทีแรกนึกว่ายังไม่เปิด เพราะยังสร้างไม่เสร็จทั้งหมด รูปแบบรีสอร์ทเป็นบ้านพักทำเลียนแบบต้นไม้ ห้องพักสะอาด วันละ 650 บาท ตอนนั้นไม่คิดเยอะ จองเลย
บ้านพัก ระเบียงวิวรีสอร์ท นครนายก ด้านหน้าบ้านพัก ระเบียงวิวรีสอร์ท นครนายก อีกมุมของบ้านพัก ระเบียงวิวรีสอร์ท นครนายก
ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ได้สองทาง
  • วิ่งไปทางสระบุรี (สาย 1)แล้วเลี้ยวเข้าภาชี กลับรถ เข้าใช้ถนนสุวรรณศร(สาย 33)เพื่อไปทางวิหารแดง-บ้านนา พอเลยสี่แยก จปร.ตรงไป เลยปั๊มน้ำมัน ปตท.(ถนนหน้า ปตท.มักจะยุ่ยตลอดปี) ก็จะเห็นป้ายระเบียงวิวรีสอร์ท
  • ถ้ามาจากรังสิตองครักษ์ถึงสามแยกที่มีป้ายบอกทาง "แยกจปร." ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปไม่ไกลจะเจอสี่แยกไฟแดง มองตรงไปจะเห็นป้ายจปร. ตรงหน้าเลย ก็ให้เลี้ยวขวา ซึ่งเส้นนี้คือถนนสาย 33 ถ้ามาตามเส้นทางนี้จะใกล้กว่าการมาจากสายสระบุรี
บ้านพักระเบียงวิวรีสอร์ท
บันไดทางขึ้นลงบ้านพักระเบียงวิวรีสอร์ท นครนายก
บันไดทางขึ้นลงบ้านพักระเบียงวิวรีสอร์ท นครนายก
ด้านล่างทำเป็นที่จอดรถ ห้องพักอยู่บนชั้นสอง เมื่อขึ้นบันไดจะพบระเบียงมีชุดนั่งเล่น อยู่หน้าห้องพัก
ระเบียงหน้าห้อง ระเบียงหน้าห้อง
เตียงนอนเป็นเตียงไม้แข็งแรง เป็นไม้ทั้งห้อง สวยขรึม ทีวีแอลซีดี แขวนผนัง มีโต๊ะทำงาน ติดไฟดาวน์ไลท์ และไฟผนัง ไฟเป็นสีเหลือง ที่นอนผ้าห่มสะอาด แต่ถ้าผ้าห่มเป็นแบบผ้าฝ้าย จะชอบมากกว่านี้

In room of Rabiang View Resort In room of Rabiang View Resort
ห้องไม่สว่างมากเพราะเป็นไฟเหลืองเกือบหมด ยกเว้นห้องน้ำ ตาไม่ดี นั่งทำงานยากนิดหน่อย ต้องเปิดผ้าม่านข้างโต๊ะทำงาน ก็ดีอีกแบบได้ดูวิวนอกห้อง พอถ่ายรูปตอนเปิดประตูห้อง กับ ตอนปิดประตูห้องพัก ให้แสงไฟที่ต่างกันสิ้นเชิงเลย
In room of Rabiang View Resort
In room of Rabiang View Resort
ห้องน้ำกว้างแบ่งเป็นสองส่วน
โดยรวมโอเคมากกับที่นี่
restroom restroom
Rabiang view resort nakornnayok Thailand
ที่นี่มีให้เลือกทั้งแบบพักห้องสองคน หรือสี่คนด้วย(เป็นเฟสใหม่) ในส่วนห้องพักสำหรับสี่คนพื้นที่จอดรถจะอยู่ด้านหน้าตัวบ้านพักมีระเบียงนั่งชิวเหมือนกัน ห้องพักจะมีขนาดกว้างกว่าห้องสองคน แต่ก็สะดวกเพราะอยู่ใกล้กับห้องทานกาแฟ

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นอนทับเบิกดูดาวบนดิน ภูทับเบิก เพชรบุรณ์-Phu Thap Berk


ภูทับเบิก หรืออันที่จริงก็คือ บ้านทับเบิกของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่ส่วนใหญ่ยังชีพด้วยการทำอาชีพเกษตรกรรมแบบขั้นบันได เพราะถ้าหากเราขึ้นไปชมภูทับเบิกช่วงปลายฝนต้นหนาว จะเห็นกะหล่ำปลีมากมายเต็มเขาไปหมด ช่างเป็นความสามารถพิเศษของชาวม้งเกษตรกรนะที่สามารถเพาะกะหล่ำปลีได้ทุกมุมเต็มพื้นที่จริงๆ
บนภูทับเบิกมีอากาศบริสุทธิ์สดชื่น และเย็นสบายตลอดปี เพราะเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ คือสูงถึง 1,768 เมตรจากระดับน้ำทะเล แม้จะเป็นเวลากลางวันที่แดดแรงๆ ถ้าไม่นั่งตากแดดล่ะก็ เย็นยะเยือกจริงๆ จังๆ
และด้วยภูมิประเทศที่สูงมากของภูทับเบิก จึงเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล และช่วงเช้าจะเห็นกลุ่มเมฆ ทะเลหมอกบนเทือกเขา โดยเฉพาะถ้าเป็นช่วงที่มีฝนจะเห็นทะเลหมอกหนาแน่น จนเรารู้สึกว่ายืนอยู่ระดับเดียวกับเมฆเลยเชียว

ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น จะได้เห็นดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพู หรือ ดอกซากุระเมืองไทยจะบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา 

แล้วดู "ดาวบนดิน" ในเวลากลางคืน เพราะว่าเมื่อตกค่ำเราจะเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนด้านล่าง จนกลายเป็นคำเปรียบว่า “ ดาวบนดิน” 

ช่วงปลายปีจึงมีนักท่องเที่ยวนิยมกางเต็นท์นอนค้างบนทับเบิกค่อนข้างมาก สมคำสโลแกนของภูทับเบิก "นอนทับเบิก สัมผัสอากาศหนาว ดูดาวบนดิน"
ทางขึ้นภูทับเบิก ถนนเป็นเลขสาม ภูทับเบิกเมื่อมองลงยังพื้นล่าง
ภูทับเบิกเวลากลางวัน ภูทับเบิกวันฟ้าใส

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

รักษ์ต้นไม้-Save the Forest

Save The Forest

Tree
Photo by Pisanu Auam-Rod

มนุษย์เป็นสิ่งเดียวในโลก ที่ตัดต้นไม้ เพื่อทำกระดาษ
แล้วเขียนบนกระดาษว่า"อนุรักษ์ต้นไม้"

อันที่จริงกระแส Paperless นั้นมีมาหลายปีพอสมควร แต่การไม่ใช้กระดาษ แทบเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะหากเทคโนโลยี ไม่ได้ครอบคลุมทั่วถึงจริงๆ การถือกำเนิดของ กระดาษ นั้นเกิดจากความต้องการที่จะจดบันทึก ในสมัยโบราณ กระดาษจึงมีประวัติศาสตร์ แสนยาวนานเลยก็ว่าได้ เชื่อกันว่ากระดาษถูกผลิต ในครั้งแรกๆ โดยชาวอียิปต์ และชาวจีนโบราณ แต่ด้วยภูมิศาสตร์ที่ต่างกัน วิธีการผลิตและวัตถดิบที่ใช้ก็ต่างกันด้วย

กระดาษที่ผลิตด้วยวิธีของชาวอีอียิปต์โบราณ นั้นผลิตจากต้นกกชนิดหนึ่ง เรียกว่า พาไพรัส (papyrus) กระดาษที่ได้จึงเรียกกันว่ากระดาษพาไพรัส ซึ่งพบว่ามีการใช้จารึกบทสวดและคำสาบาน บรรจุไว้ในพีระมิด ของชาวอียิปต์โบราณ นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่ามีการใช้กระดาษที่ทำจากพาไพรัส ในอียิปต์โบราณตั้งแต่ปฐมราชวงศ์ของอียิปต์ ซึ่งราว 3,000 ปีก่อนคริสตกาล

ในแผ่นดินจีน ใช้เปลื่อกไม้ไผ่ หรือ ต้นหม่อน มาต้มจนได้เยื่อกระดาษแล้วมาเกลี่ยบนตระแกรง ทิ้งไว้ให้แห้ง ต่อมาวิธีผลิตกระดาษ ลักษณะนี้ จึงแพร่หลายไปอย่างรวด เร็ว
ชาวมุสลิม รู้จักวิธีทำกระดาษ จากเชลยชาวจีน ในสงคราม ทัลลัส ซึ่งกองทัพจีนรบกับกองทัพมุสลิม ได้เปิดเผยวิธีทำกระดาษแก่ชาวมุสลิมเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัว ชาวมุสลิมได้ปรับปรุง โดยใช้เศษผ้าลินิน แทนต้นหม่อน และได้พัฒนากระดาษให้เป็นเยื่อบางโดยการทุบด้วยค้อน
ต่อมากระดาษจึงได้แพร่หลายไปแบกแดด, ปาเลสไตน์ จนถึงยุโรป และใช้กันไปทั่วโลก เรียกได้ว่า การเขียน เป็นแรงผลักดันให้เกิดการผลิตกระดาษขึ้น ถ้าหากมองตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มนุษย์เราไม่ได้ใช้กระดาษแค่การจดบันทึกเท่านั้น แต่ยังใช้สร้างสรรค์งานศิลปะ, ใช้ในชีวิตประจำวัน และ ดัดแปลงเป็นวัสดุใช้อื่นๆ เช่น กล่องกระดาษ กระดาษทิชชู เป็นต้น
ตัวอย่างงาน Paper Sculpture สวยๆ ที่ทำจากกระดาษ
paper sculpture 1
paper sculpture2
paper sculpture3
ปัจจุบัน ในประเทศไทยเรา ใช้ไม้ยูคาลิปตัสเป็น วัตถุดิบในการทำกระดาษ เพราะต้องการ เซลลูโลสของต้นไม้ ในการผลิต อันที่จริงเซลลูโลสมีอยู่ในพืชทุกชนิด แต่ต่างกันเรื่องความแข็งแรง เช่น เซลลูโลส จากฟางข้าว หรือชานอ้อย ความข็งแรงไม่เพียงพอ กระดาษทำจากต้นไม้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเหมือนสมัยก่อน เพราะความต้องการกระดาษ มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากเยื่อกระดาษ ประมาณ 70%+ ส่วนที่เหลือเป็นสารอื่นๆ เช่นผงแร่สีขาว สารป้องกันการซึมน้ำ หรือ แป้ง เพื่อเพิ่มความเหนียวและลื่นมันเงา ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่ต้องการ
เยื่อกระดาษมี 2 ชนิด คือ "เยื่อใยยาว มีความแข็งแรงสูง ทำมาจากไม้เนื้ออ่อน มีการยึดเกี่ยวกันสูง ทนต่อแรงดึง แรงฉีก เป็นต้นไม้ที่เติบโตในที่อากาศเย็น ได้แก่ ไม้พวกสน และสปรูซ ไม่สามารถปลูกในเมืองไทยได้
ส่วนเยื่อกระดาษอีกชนิดหนึ่งคือ "เยื่อใยสั้น" มีลักษณะละเอียด ไม่แข็งแรง แต่ข้อดีคือช่วยให้เนื้อกระดาษสม้ำเสมอ เรียบ ทีบแสง แต่ข้อเสีย คือ ไม่สร้างความแข็งแรงให้กระดาษ ทำมาจากไม้เนื้อแข็งเมืองร้อน เช่น ยูคาลิปตัส กระถินเทพา เบิร์ช แอสเพน
นอกจากเยื่อไม้แล้ว ยังต้องเติมสารอื่น เช่น "สารฟอกนวล" เพื่อให้กระดาษขาวสว่าง, "สารต้านการซึมน้ำ" ทำให้กระดาษทนต่อการเปียกน้ำได้ดีขึ้น เติม "แป้ง และ สารส้ม" เพิ่มความเหนียวของกระดาษ "lสีย้อม" รักษาระดับสีของกระดาษ, "สารควบคุมจุลชีพ" ทำให้ไม่เกิดเชื้อราได้ง่าย และ "สารช่วยการยีดตัวของเยื่อและไฟเบอร์"
credit: http://th.wikipedia.org
  www.rongpimjr.com

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Khao- Kho ไปเที่ยวเขาค้อ

ไปเที่ยวเขาค้อกันเถอะ

Khao-Kho View
เขาค้อ สถานที่ท่องเที่ยวแบบภูเขา ภูเขา ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ และเหมาะมาก สำหรับคนชอบอากาศหนาว ใครจะเคยคิดว่า ย้อนหลังไป ปี 2508 เขาค้อนี่แหล่ะ เคยเป็น เป้าหมายของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่จะยึดเป็นฐานที่มั่น หลังจากที่ ผกค.ได้แทรกซึมและยึด ภูหินร่องกล้าเป็นที่มั่นไปแล้ว


Khao-Kho Map
ถ้าหากใครเคยไป เขาค้อ จะเห็นว่ามีสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบ สูงชัน ในอดีตการตรวจการณ์ทางอากาศและทางพื้นดิน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และตามเทือกเขาต่าง ๆ ก็มีถ้ำอยู่อีกเยอะ เลยกลายเป็นที่ที่ ผกค. เล็งไว้เป็นที่หลบซ่อน และ สะสมอาวุธ เสบียง และที่สำคัญยังเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก


Another Khao-Kho View
การสู้รบระหว่างรัฐบาลไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์ มีต่อมาหลายปี ซึ่งกว่าจะกวาดล้างและทำลายฐานของ ผกค. ได้สำเร็จในปี 2524 ทหารผู้กล้าต้องพลีชีพไปกับสงครามมากมาย
แต่อิทธิพล ผกค. ยังคงหลงเหลืออยู่ทำให้เสียงปืนยังไม่หยุดลงอย่างจริงจัง จนเกือบกลางปี 2525 ความเงียบสงบจึงเกิดขึ้น
ถ้าใครไปเขาค้อและอยากเรียนรู้ถึงเรื่องราวการรบในอดีต ต้องขึ้นไปที่พระตำหนัก และเดินขึ้นไปบนเขาจะพบป้ายบอกเวลาของการต่อสู้ การยึดพื้นที่คืนจาก ผกค. บนขั้นบันไดทางขึ้น แล้วจะรู้สึกเลยว่า มันช่างยากเย็นจริงๆ กับการขึ้นยอดเขาของเหล่าวีรชนในวันวาน  เมื่อเทียบกับการเดินขึ้นเขาของเราในวันนี้
Khao Kho in the morning
Kanjanaphisek Temple located on Khao Kho



เขาค้อ ปัจจุบันไม่หลงเหลือความน่ากลัวอย่างในอดีต มีเพียงหมอกยามเช้า และอากาศที่สดชื่น เส้นทางคดเคี้ยวที่สวยงาม และแวะสักการะ พระบรมฐาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก เที่ยวน้ำตกศรีดิษฐ์  เกษตรที่สูง และยังแวะเที่ยวได้อีกหลายที่เยอะแยะมากมาย
วิวบนเขาค้อ ดอกไม้บนเขาค้อ
วิวจากบ้านพักบนเขาค้อ ชุดโต๊ะนั่งเล่นของดีเอี่ยมภูดวยรีสอร์ทบนเขาค้อ