Search

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Take a Rest แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Take a Rest แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

Golden Hill Village Phuthong @ Nakornsawan ภูทอง นครสวรรค์

Phuthong Golden Hill Village Coffee and Restaurant

Phuthong Golden Hill @ Nakornsawan Phuthong Golden Hill @ Nakornsawan

รูปแบบตึกของ ภูทอง โกลเดน ฮิลล์ นครสวรรค์ นี่จะสะดุดตามากเลยเมื่อขับรถผ่าน เพราะรูปแบบดูเป็นทัสคานี ที่ใช้สีสันสดใส ไม่ได้คิดหรอกว่าสถานที่นี้น่ะเป็นอะไร แต่รู้สึกแค่ว่าต้องแวะตอนขากลับเข้ากรุงเทพแน่ๆ

ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ทำให้มองเห็นได้แต่ไกล โดยเฉพาะอยู่ใกล้กับจุดสัญญานไฟเขียวไฟแดง เลยปั๊ม ปตท. มาไม่ไกล

ตึกสวยๆ แบบนี้ ตั้งเรียงกันอยู่ด้านหน้า  เป็น shopping point ขนาดเล็กๆ ที่โชว์ของแนววินเทจ น่ารักๆ

และสำหรับคนชอบกาแฟ มี Coffe shop ที่ภายในตกแต่งแนว Country หวานๆ  ไว้ให้นั่งพักหลบแดดเย็นๆ

 

on the table of coffee shop at Phuthong Golden Hill

ร้านกาแฟแรกอยู่ในส่วนของตึกด้านหน้า ตกแต่งภายในเป็นธีมสีสดใสสดใส




จากส่วนที่นั่งทานกาแฟ มองผ่านหน้าต่างม่านลูกไม้ จะเห็นหอคอยนาฬิกา ซึ่งเป็นจุดสังเกตุของร้าน

จะนั่งทานกาแฟตากแอร์ในห้อง หรือเดินไปเดินมา เข้าร้านนี้ออกร้านโน้น ก็เพลินดี

ส่วนห้องอาหารอีกตึกหนึ่งจัดไว้เป็นแนวสวยหวาน จัดเป็นธีมสีขาวสะอาดตาคล้ายบ้านหลังน้อยด้านล่าง แต่บ้านด้านล่างนี่ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นส่วนของอะไร เพราะวันที่ไปเขาไม่ได้เปิด แต่ดูจากภายนอกก็น่าสนใจอยู่ดี


และสำหรับใครก็ตามที่ชอบถ่ายรูป ที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยรูปแบบตัวตึก การตกแต่งพื้นที่ที่มีซุ้มโค้ง หอคอยเล็กๆ ด้านหลัง ทุกมุมเหมาะจะจัดให้เป็นฉากสวยๆได้อย่างดี
  
นอกจากจะได้ภาพจากฉากสวยๆ ด้วยตัวตึก ยังมีสวนกว้างๆ ที่จัดมุมสวยไว้อีกหลายมุม ที่นี่เลยดูมีความหลากหลายของสถานที่ให้เก็บรูปได้เยอะพอดูเลย ถ้าจะใช้ถ่ายรูปเวดดิ้งก็น่าสนใจทีเดียว


จะว่าไป ที่ภูทอง โกลเด้นฮิลล์ นี่ก็เป็นจุดแวะพักได้ดีทีเดียว สำหรับใครที่ต้องขับรถมาไกลเพื่อเข้ากรุงเทพฯ เพราะภูทองตั้งอยู่เลยนอกตัวเมืองนครสวรรค์ บนถนนสายเอเซีย หรือ ถนนหมายเลข 32 และราคาของเครื่องดื่มก็ไม่ถือว่าแพง นั่งชิวดื่มกาแฟในห้องแอร์ บวกกับความสวยของสถานที่ก็่ช่วยผ่อนคลายสายตาได้ดีเลยเชียวแหละ

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นอนทับเบิกดูดาวบนดิน ภูทับเบิก เพชรบุรณ์-Phu Thap Berk


ภูทับเบิก หรืออันที่จริงก็คือ บ้านทับเบิกของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่ส่วนใหญ่ยังชีพด้วยการทำอาชีพเกษตรกรรมแบบขั้นบันได เพราะถ้าหากเราขึ้นไปชมภูทับเบิกช่วงปลายฝนต้นหนาว จะเห็นกะหล่ำปลีมากมายเต็มเขาไปหมด ช่างเป็นความสามารถพิเศษของชาวม้งเกษตรกรนะที่สามารถเพาะกะหล่ำปลีได้ทุกมุมเต็มพื้นที่จริงๆ
บนภูทับเบิกมีอากาศบริสุทธิ์สดชื่น และเย็นสบายตลอดปี เพราะเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ คือสูงถึง 1,768 เมตรจากระดับน้ำทะเล แม้จะเป็นเวลากลางวันที่แดดแรงๆ ถ้าไม่นั่งตากแดดล่ะก็ เย็นยะเยือกจริงๆ จังๆ
และด้วยภูมิประเทศที่สูงมากของภูทับเบิก จึงเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล และช่วงเช้าจะเห็นกลุ่มเมฆ ทะเลหมอกบนเทือกเขา โดยเฉพาะถ้าเป็นช่วงที่มีฝนจะเห็นทะเลหมอกหนาแน่น จนเรารู้สึกว่ายืนอยู่ระดับเดียวกับเมฆเลยเชียว

ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น จะได้เห็นดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพู หรือ ดอกซากุระเมืองไทยจะบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา 

แล้วดู "ดาวบนดิน" ในเวลากลางคืน เพราะว่าเมื่อตกค่ำเราจะเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนด้านล่าง จนกลายเป็นคำเปรียบว่า “ ดาวบนดิน” 

ช่วงปลายปีจึงมีนักท่องเที่ยวนิยมกางเต็นท์นอนค้างบนทับเบิกค่อนข้างมาก สมคำสโลแกนของภูทับเบิก "นอนทับเบิก สัมผัสอากาศหนาว ดูดาวบนดิน"
ทางขึ้นภูทับเบิก ถนนเป็นเลขสาม ภูทับเบิกเมื่อมองลงยังพื้นล่าง
ภูทับเบิกเวลากลางวัน ภูทับเบิกวันฟ้าใส

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Khao- Kho ไปเที่ยวเขาค้อ

ไปเที่ยวเขาค้อกันเถอะ

Khao-Kho View
เขาค้อ สถานที่ท่องเที่ยวแบบภูเขา ภูเขา ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ และเหมาะมาก สำหรับคนชอบอากาศหนาว ใครจะเคยคิดว่า ย้อนหลังไป ปี 2508 เขาค้อนี่แหล่ะ เคยเป็น เป้าหมายของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่จะยึดเป็นฐานที่มั่น หลังจากที่ ผกค.ได้แทรกซึมและยึด ภูหินร่องกล้าเป็นที่มั่นไปแล้ว


Khao-Kho Map
ถ้าหากใครเคยไป เขาค้อ จะเห็นว่ามีสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบ สูงชัน ในอดีตการตรวจการณ์ทางอากาศและทางพื้นดิน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และตามเทือกเขาต่าง ๆ ก็มีถ้ำอยู่อีกเยอะ เลยกลายเป็นที่ที่ ผกค. เล็งไว้เป็นที่หลบซ่อน และ สะสมอาวุธ เสบียง และที่สำคัญยังเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก


Another Khao-Kho View
การสู้รบระหว่างรัฐบาลไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์ มีต่อมาหลายปี ซึ่งกว่าจะกวาดล้างและทำลายฐานของ ผกค. ได้สำเร็จในปี 2524 ทหารผู้กล้าต้องพลีชีพไปกับสงครามมากมาย
แต่อิทธิพล ผกค. ยังคงหลงเหลืออยู่ทำให้เสียงปืนยังไม่หยุดลงอย่างจริงจัง จนเกือบกลางปี 2525 ความเงียบสงบจึงเกิดขึ้น
ถ้าใครไปเขาค้อและอยากเรียนรู้ถึงเรื่องราวการรบในอดีต ต้องขึ้นไปที่พระตำหนัก และเดินขึ้นไปบนเขาจะพบป้ายบอกเวลาของการต่อสู้ การยึดพื้นที่คืนจาก ผกค. บนขั้นบันไดทางขึ้น แล้วจะรู้สึกเลยว่า มันช่างยากเย็นจริงๆ กับการขึ้นยอดเขาของเหล่าวีรชนในวันวาน  เมื่อเทียบกับการเดินขึ้นเขาของเราในวันนี้
Khao Kho in the morning
Kanjanaphisek Temple located on Khao Kho



เขาค้อ ปัจจุบันไม่หลงเหลือความน่ากลัวอย่างในอดีต มีเพียงหมอกยามเช้า และอากาศที่สดชื่น เส้นทางคดเคี้ยวที่สวยงาม และแวะสักการะ พระบรมฐาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก เที่ยวน้ำตกศรีดิษฐ์  เกษตรที่สูง และยังแวะเที่ยวได้อีกหลายที่เยอะแยะมากมาย
วิวบนเขาค้อ ดอกไม้บนเขาค้อ
วิวจากบ้านพักบนเขาค้อ ชุดโต๊ะนั่งเล่นของดีเอี่ยมภูดวยรีสอร์ทบนเขาค้อ

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เพชรบูรณ์ Wat PhaKaew Petchaboon

สำหรับผู้ที่ต้องการปฎิบัติธรรม หรือ ร่วมทำบุญก่อสร้างพระอุโบสถ,พระเจดีย์ อาคารผู้ปฎิบัติธรรม รวมถึงอาคารเรียนที่วัดพระธาตุผาแก้ว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.phasornkaew.org/

วัดผาซ่อนแก้ว หรือวัดผาแก้ว ตั้งอยู่บนดอย ใกล้อบต.แคมป์สน หากไม่ได้เข้าทางสี่แยกพ่อขุนผาเมือง หรือตัดเข้าจากบายพาส ให้เลี้ยวขวาตัดเข้าถนนหมายเลข 12 เมื่อถึงแยกกกโอตรงไปไม่ไกลก็จะเห็นป้ายเขียนว่าวัดผาซ่อนแก้วด้านซ้าย ซึ่งจะแยกขึ้นวัดทางนี้เลยก็ได้ แต่ทางจะเล็กและชันบ้าง อีกทางคือไปกลับรถหน้าธนาคารกสิกรไทย

แต่ถ้าขับขึ้นจากทางแยกนางั่ว จะผ่านเขาค้อมาระยะหนึ่งแล้วเมื่อถึงแยกแคมป์สนซึ่งถ้าเลี้ยวซ้ายจะแยกไปพิษณุโลก ให้เลี้ยวขวามาเลยไม่ไกลนักจะเห็นจุดสังเกตุแบบไม่น่าเชื่อ คือ เซเว่น อีเลฟเว่น ต้้งอยู่ใกล้ทางขึ้นวัดผาแก้วแห่งนี้
Pha son kaew Temple

สถาปัตยกรรมของวัด สวยงามมาก ไม่ใช่ด้วยความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นแนวการตกแต่งที่พิเศษกว่าที่เคยเห็นทั่วไป ไม่ว่าเป็นพื้นหรือผนังของวัด แทบจะทั้งหมด ถูกตกแต่งด้วย กระเบื้องที่แตกหักแล้ว มีหลากหลายสี ลูกแก้วหลากสี หลายรูปแบบ เครื่องเบญจรงค์ ต่างขนาด ที่แตกหักบ้าง รูปบ้างไม่สมบูรณ์บ้าง มารวมอยู่ในที่เดียวกัน สร้างความงาม รูปแบบใหม่ อย่างที่เราคาดคิดไม่ถึง

Pha son kaew Temple view
floor decorating of Pha son kaew temple


ของที่แตกหัก แตกร้าวแล้ว ไม่ได้เป็นของที่เสียแล้วใช้ไม่ได้เสมอไป ทั้งยังไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลย ถ้าคิดจะสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งดี ๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

ความสวยงาม มีอยู่ทั่วไปหมด บนวัดผาซ่อนแก้ว เกิดความรู้สึกว่าเราได้พบสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ บนพื้นดินแห่งนี้


ด้วยเส้นทางที่ขึ้นวัดเป็นทางชันมาก และเมื่อคิดว่า 7 ปีที่แล้วที่เริ่มสร้าง จึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆ



นับแต่อดีต สิ่งที่เคยเป็นหรืออาจจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ ไม่เคยเอาชนะความมานะของคนเราได้จริงๆ

ความมุ่งมั่นและมานะ ของคนเรานี่แหล่ะ ที่สร้างสรรค์หลายๆ อย่างไว้กับโลกอย่างน่าอัศจรรย์


ความสวยงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง สิ่งละอันพันละน้อยที่รวมกันกลับสร้างความงามได้น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่ามาก

Buddha statue on pha son kaew temple
 
องค์พระพุทธรูปมีความวิจิตรและงดงามรวมถึงช่องหน้าต่างทรงกลมเสริมให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น
 
WatPhasornkaew
WatPhasornkaew
มีบันได ที่วนขึ้นสู่ด้านบน ดูแล้วซับซ้อนลึกลับ และทำทางลงไปถึงสวนด้านล่างไว้หลายทาง การตกแต่งแต่ละด้านแตกต่างภายใต้คอนเซปท์เดียว สร้างความงามทุกมุมแบบไม่ซ้ำ เพราะโดยรวมโครงสร้างนั้นเป็นสไตล์เดียวกัน แต่รายละเอียดการตกแต่งพื้นผิวของผนังพื้นนั้นจะมีเอกลักษณ์ของแต่ละด้านที่แตกต่างกัน
5 Buddha statue

พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ฐานขนาด 51 เมตร ยาว 72  ความสูง 45 เมตร ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง จากมุมด้านนี้เห็นทิวทัศน์สวยงามทั้งจากธรรมชาติและสองมือมนุษย์ที่ร่วมใจกันก่อร่างความงดงามที่ยากเกินบรรยาย เหมือนภาพฝันผ่านระเบียงชั้นบนของวัด ได้เห็นภูเขา หุบเหว ท้องฟ้า ที่สุดลูกหูลูกตา

หากขึ้นชมวัดในช่วงปลายปี อากาศบนวัดอาจจะเย็นมาก และถ้าเกิดมีลมพัดแรงยิ่งหนาวเป็นทวีคูณ และ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือไม่ควรใช้เสียงดัง เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ สำหรับการปฎิบัติธรรม
พระพุทธรูปบนวัดผาแก้ว
การตกแต่งลวดลายด้วยวัดสุที่หลากหลายในวัด
วัดผาซ่อนแก้ว


สำหรับผู้ที่ต้องการปฎิบัติธรรม หรือ ร่วมทำบุญก่อสร้างพระอุโบสถ,พระเจดีย์ อาคารผู้ปฎิบัติธรรม รวมถึงอาคารเรียนที่วัดพระธาตุผาแก้ว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.phasornkaew.org
อีกมุมหนึ่งภายในวัดผาซ่อนแก้ว
อีกมุมหนึ่งภายในวัดผาซ่อนแก้วเป็นโถงโล่ง,เสาแต่ละต้นตกแต่งแบบ Theme เดี่ยวกัน แต่ไม่เหมือนกัน
พื้นที่ตกแต่งอย่างงดงาม
พื้นที่ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องที่แตกและวัสดุอื่นๆ ไว้อย่างงดงามแปลกตา

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

เที่ยววัดม่วง วิเศษชัยชาญ

พระพุทะมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษ วัดม่วง วิเศษชัยชาญ

วันนี้มาชื่นชม วัดสวยๆ ที่มี พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลกในจังหวัดอ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ

วิเศษชัยชาญ มีสถานที่ให้เที่ยวชมหลายที่ เช่น อนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว อนุสรณ์สถานวีรบุรุษแห่งบ้านโพธิ์ทะเล ทั้งสองท่านที่ได้สละชีวิตอย่างกล้าหาญ ในการสู้รบกับพม่าที่ค่ายบางระจัน, ตลาดศาลเจ้าโรงทอง, วัดเขียน และ สถานที่เราได้เม้นไว้ คือ วัดม่วง

วัดม่วง อยู่ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทอง ราวๆ 7-8 กิโลเมตร ถ้าเดินทางไปจากกรุงเทพฯ รวมๆ ก็ 120-130 กม. อย่างง่ายๆ คือ ออกวิภาวดีรังสิต แล้วแยกวิ่งเข้าสายเอเชีย(สาย 32) เลยตลาดใหม่ปากบาง จะเห็นทางแยกเข้าเขตจังหวัดอ่างทอง ตรงไปจะเจอสี่แยกไฟแดง

จากสี่แยกไฟแดงนี้สามารถไป วัดม่วง ได้สองทาง คือ


ถ้าตรงไปตามเส้นทางจะผ่านเข้าตัวเมืองอ่างทองพอลงจากสะพานข้ามแม่น้ำ จะพบสัญลักษณ์จังหวัด คือ อ่างทองขนาดใหญ่ ให้วิ่งตรงไป เราจะวิ่งอยู่ด้านซ้ายของอ่างสีทอง ให้ข้ามแยกไฟแดงไป แล้วไปเลี้ยวขวาที่แยกไฟแดงที่สองซึ่งมีป้ายบอกไปสุพรรณบุรี
    พระพุทะมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษ วัดม่วง

อีกเส้นทางคือถนนเลี่ยงเมืองเมื่อเข้าทางสี่แยกไฟแดงแรก ให้เลี้ยวซ้าย วิ่งตรงอย่างเดียวจนมาบรรจบกับเส้นเลี้ยวเข้าสุพรรณบุรี

จะพบโรงเรียนสตรีอ่างทอง ทางด้านขวา ตามถนนจนถึงสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าเส้นทางไป จังหวัดสุพรรณบุรี ทางสายนี้ ต้องผ่านอำเภอวิเศษชัยชาญ วัดม่วงอยู่ห่าง ไม่เกิน 7 กิโล จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด ซึ่งวัดอยู่ทางซ้ายมือ ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 1 กิโลเมตร

จุดเด่นเลยคือจะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แต่ไกล องค์ใหญ่มากๆ คือ พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ ในวัดม่วงมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ อีก คือ พระอุโบสถ ล้อมรอบด้วยกลีบบัวสีชมพู ซึ่งน่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก, วิหารแก้ว สวยงามมากมาย

ภายในอุโบสถในวัดม่วง วิเศษชัยชาญ

ในโบสถ์สวยมากเลย ส่องระยิบระยับเหมือนติดเพชรไว้ทั่วผนัง ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ รูปปั้นเทพต่างๆ มีรูปปั้นเทพต่างๆ, เกจิอาจารย์ และ ทางขึ้นลง มีพญานาคเงิน,ทอง

พญานาคเงิน ทอง วัดม่วง

ในบริเวณวัด มีแดนเตือนใจ สร้างรูปปั้นแสดงแดนนรก แดนสวรรค์ แดนเทพเจ้าไทย และแดนเทพเจ้าจีน และมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ มีรูปปั้นแสดงเหตุการณ์ ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามไทย-พม่า ด้านหลังมีวังมัจฉา

แต่ถ้าไปหน้าร้อนอากาศจะร้อนค่อนข้างมาก และพื้นที่เข้าไปสักการะ องค์พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ จะร้อนแบบเดินเท้าเปล่าไม่ไหว มีป้ายบอกให้ถอดรองเท้า แต่เราก็ไม่ได้ถอดหรอก เพราะทนไม่ไหว แต่ ถ้าเป็นไปได้ อยากถอดเดินเหมือนกัน แต่คงต้องไปแต่เช้าแหล่ะจะดีเพราะวิวจะสวยมาก และไม่ร้อนเกินไป